สัมมนาวิชาการ “พลิกโฉมประเทศ ด้วย COES: ยกระดับศักยภาพไทยสู่ความมั่งคั่งที่ยั่งยืน”

ศูนย์ความเป็นเลิศด้านฟิสิกส์ ร่วมกับสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) และศูนย์ความเป็นเลิศทั้ง 11 ศูนย์ จัดกิจกรรมสัมมนาวิชาการ เรื่อง “พลิกโฉมประเทศ ด้วย COES: ยกระดับศักยภาพไทยสู่ความมั่งคั่งที่ยั่งยืน” ภายในงานมหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2569

เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2569 ศูนย์ความเป็นเลิศด้านฟิสิกส์ ร่วมกับสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม พร้อมด้วยเครือข่ายศูนย์ความเป็นเลิศทั้ง 11 ศูนย์ จัดกิจกรรมสัมมนาวิชาการ เรื่อง “พลิกโฉมประเทศไทยด้วย CoEs: ยกระดับศักยภาพไทยสู่ความมั่งคั่งที่ยั่งยืน” ภายในงานมหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2569 (Thailand Research Expo 2026) โดยได้รับเกียรติจาก ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เป็นประธานกล่าวเปิดงาน โดยมีคณะผู้บริหารหน่วยงานในกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ผู้บริหารและนักวิจัยศูนย์ความเป็นเลิศทั้ง 11 ศูนย์ และผู้สนใจเข้าร่วมฟังกว่า 60 ท่าน ณ ห้องประชุม Lotus 12 โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์และบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพฯ

งานสัมมนาครั้งนี้ได้รับเกียรติจากผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ ภาควิชาการ และภาคเอกชน เพื่อขับเคลื่อนนวัตกรรมประเทศ ได้แก่

  1. ศาสตราจารย์ ดร.นายแพทย์พงษ์รักษ์ ศรีบัณฑิตมงคล อธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่
  2. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สมชาย เชื้อวัชรินทร์ ผู้อำนวยการศูนย์ความเป็นเลิศด้านเทคโนโลยีชีวภาพทางการแพทย์
  3. คุณอุทัยวรรณ วัฒนกุล ผู้อำนวยการกองเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน (รักษาการที่ปรึกษาด้านการลงทุน) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI)
  4. เภสัชกร ดร.พิสิฐ อุ่ยรุ่งโรจน์ ประธานและกรรมการผู้จัดการ บริษัท โพสเฮลท์แคร์ จำกัด
  5. คุณชัชวาลย์ ศรีภูสิตโต ประธานและกรรมการผู้จัดการ บริษัท เฮลท์ อินโนวิชั่น จำกัด

โดยมี ศาสตราจารย์ ดร.หทัยกานต์ มนัสปิยะ ศูนย์ความเป็นเลิศด้านเทคโนโลยีปิโตรเคมีและวัสดุ และผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ศิรามาศ โกมลจินดา ศูนย์ความเป็นเลิศด้านฟิสิกส์ เป็นผู้ดำเนินรายการ

การสัมมนาในครั้งนี้นับเป็นเวทีครั้งสำคัญที่เปิดโอกาสให้ศูนย์ความเป็นเลิศทั้ง 11 ศูนย์ ได้ร่วมเผยแพร่บทบาท ผลงานเด่น และทิศทางการดำเนินงานในอนาคต พร้อมทั้งเป็นพื้นที่เชื่อมโยงองค์ความรู้ ประสบการณ์ และมุมมองใหม่ๆ ในการขับเคลื่อนงานวิจัยและนวัตกรรมของประเทศให้ตอบโจทย์ยุคปัจจุบัน นอกจากนี้ยังเน้นย้ำถึงการส่งเสริมการสร้างเครือข่ายความร่วมมืออย่างเป็นระบบระหว่างภาควิชาการ ภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคอุตสาหกรรม และภาคเกษตรกรรม ซึ่งทุกภาคส่วนล้วนเป็นกลไกฟันเฟืองชิ้นสำคัญในการต่อยอด ถ่ายทอด และขยายผลงานวิจัยจากห้องปฏิบัติการไปสู่การใช้ประโยชน์จริงในสังคมและเชิงพาณิชย์ เพื่อร่วมสร้างโอกาสใหม่ๆ และขับเคลื่อนประเทศไทยให้เติบโตสู่ความมั่งคั่งที่ยั่งยืนต่อไป

Share